เครื่องฟอกอากาศ 3M FAP03-RS
![]() กดเพื่อขยายขนาด |
|
คุณสมบัติพิเศษ
- ด้วยความสามารถในการกรองที่เหนือกว่า Filter แบบ HEPA ทั่วไป
- สามารถฟอกอากาศได้สูงถึง 239 ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CADR 239 CFM)
- ขนาดของห้องที่เหมาะสม 34-69 ตร.ม
- พร้อมระบบตรวจจับสภาพของแผ่นฟิลเตอร์ และแจ้งเตือนให้เปลี่ยน
- ปรับระดับแรงลมในการกรองได้ 3 ระดับ
- ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
ทำไมจึงควรเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศจาก 3เอ็ม ?
1. บริษัท 3เอ็มเป็นผู้นำเรื่องแผ่นกรองอากาศมานาน ซึ่งจริงๆ แล้ว 3เอ็มเป็นผู้ผลิตไส้กรองในเครื่องปรับอากาศ และเครื่องฟอกอากาศให้กับผู้ผลิตรายใหญ่ๆ รายหลาย โดยขายเข้าสายการผลิตนั้นๆ และได้รับความเชื่อถือในคุณภาพ และคุณสมบัติพิเศษมาเป็นเวลานาน
2. แผ่นกรองของ 3เอ็ม เป็นแผ่นกรองที่ผ่านการชาร์ทไฟฟ้าสถิตแบบถาวร ซึ่งถือเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท เป็นรายเดียวในโลกที่สามารถทำได้ โดยการชาร์ทไฟฟ้าสถิตเข้าไปในเส้นใยก่อนจะขึ้นรูปเป็นแผ่นกรอง ค่าไฟฟ้าสถิตที่คงอยู่จะไม่หลุดลอยไปสู่อากาศ จึงมีคุณสมบัตินี้ตลอดอายุการใช้งาน (ต่างกับของคู่แข่งที่บอกว่าเป็นไฟฟ้าสถิต แต่ว่าไม่ถาวร เพราะเป็นการนำแผ่นกรองไปผ่านกระบวนการชาร์ทไฟฟ้า ซึ่งประจุ +,- นั้นๆ จะสลายไปสู่อากาศในเวลาอันรวดเร็ว)
3. ด้วยเหตุที่แผ่นกรองเป็นไฟฟ้าสถิตแบบถาวร จึงทำให้ตัวเครื่องทำงานได้อย่างดี และดักจับสิ่งแปลกปลอมในอากาศด้วยประสิทธิภาพสูง 3เอ็มจึงสามารถพัฒนาให้แผ่นกรองมีขนาดบางเพียง 2 ซม. (บางที่สุดในท้องตลาด ด้วยคุณภาพกรอง 0.1 ไมครอน ที่ 99%)
4. และด้วยเหตุนี้ เมื่อแผ่นกรองมีขนาดบาง มอเตอร์พัดลมภายในจึงไม่จำเป็นต้องทำงานหนักในการดูดอากาศ และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมา ส่งผลให้เครื่องทำงานเงียบ และไม่รบกวนเวลาพักผ่อนเลย แต่ยังคงเสียงการทำงานเบาๆ เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจว่าได้เปิดเครื่องอยู่
5. เครื่องฟอกอากาศ 3เอ็ม มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง และคุ้มค่ากับราคา และในการซื้อแผ่นกรองในแต่ละครั้งก็ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
6. โดยเฉพาะรุ่น FAP04 มีดีไซน์ที่สวยงาม เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกในบ้านคุณ ไม่เทอะทะ หรือรูปแบบไม่สวยเหมือนกับเครื่องฟอกอากาศในยุคเก่าๆ
อยากมีเครื่องฟอกอากาศ แต่ไม่ได้ติดแอร์ที่บ้าน ใช้ได้หรือไม่ ?
เครื่องฟอกอากาศจะมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด เมื่อห้องนั้นเป็นระบบปิด คือไม่ได้เปิดประตู หรือหน้าต่างทิ้งไว้ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะใช้แอร์ หรือไม่ ก็ไม่มีปัญหาในการใช้เครื่องฟอกอากาศเลย หากต้องการประสิทธิภาพสูงสุด แนะนำให้เปิดเครื่องฟอกอากาศตลอดทั้งวัน
แผ่นกรอง 3เอ็ม มีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่ ?
แผ่นกรองของ 3เอ็ม เป็นแผ่นกรองที่ผ่านการชาร์ทไฟฟ้าสถิตแบบถาวร ซึ่งปริมาณอณู หรือสิ่งสกปรกในอากาศที่ดักจับไว้จะมีค่อนข้างมาก ด้วยประสิทธิภาพดีเยี่ยม ทั้งนี้แผ่นกรอง 1 แผ่น มีอายุอยู่ที่ประมาณ 2,200 ชั่วโมง เทียบง่ายๆ ว่า เปิดทั้งวันทั้งคืน ทุกวัน อยู่ได้ 3 เดือน หากเปิดแค่ตอนนอน อาจจะอยู่ได้ที่ 6-8 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของห้องนั้นๆ
Ionizer ปล่อยโอโซนหรือไม่?
ในการปล่อย Ionizer นั้นจะปล่อยโอโซนออกมา อย่างไรก็ตาม UL (เป็นมาตรฐานหนึ่งของอเมริกา) ได้มีการกำหนดอัตราการปล่อยโอโซนไว้ เพราะฉะนั้น เครื่องฟอกอากาศบางชนิดที่เน้นการปล่อยประจุเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องปล่อยออกมามากเพื่อทำลายเชื้อโรคในอากาศ จึงทำให้มีปริมาณโอโซนออกมามากเช่นกัน
Ionizer คืออะไร ?
การปล่อย ionizer นั้น คือการปล่อยประจุลบออกไปจับอนุภาค หรือสิ่งสกปรกขนาดเล็กในอากาศ ซึ่งหากขนาดเล็กมาก อนุภาคนั้นจะสลายไปในอากาศด้วยตัวเอง หากขนาดเล็กปานกลางก็จะตกลงบนพื้น และรอการทำความสะอาดพื้นบ้านตามปกติ แต่อนุภาคที่มีขนาดใหญ่ เช่นฝุ่นละออง, รังแคสัตว์ จะไม่สามารถถูกจับได้โดยการปล่อยเพียง ionizer เท่านั้น ดังนั้น ionizer จะมีประสิทธิภาพมาก เมื่อใช้ควบคู่กับแผ่นกรองที่มีคุณภาพ
เครื่องฟอกอากาศ 3เอ็มสามารถกรองกลิ่นได้หรือไม่ ?
กลิ่นต่างๆ ภายในบ้านนั้นประกอบไปด้วยแก๊ส และอนุภาคต่างๆ ที่อยู่ในอากาศซึ่งจะจับกลิ่นไว้ ความสามารถของแผ่นกรอง 3เอ็มนั้น จะสามารถจับแก๊ส และอนุภาคต่างๆ ที่เล็กถึง 0.1 ไมครอนได้ทั้งหมด ดังนั้นเครื่องฟอกอากาศ 3เอ็มจึงมีความสามารถในการดักจับกลิ่นได้ด้วย
การไหลเวียนของอากาศยิ่งมาก ยิ่งดีหรือไม่ ?
เมื่อเครื่องฟอกมีการไหลเวียนของอากาศที่ดีกว่า จะช่วยส่งผลให้สิ่งสกปรกในอากาศ เช่น ฝุ่นละออง, เกสรต่างๆ, ควันไฟ, รังแคสัตว์ สามารถถูกขจัดจากอากาศได้มากขึ้น
เปรียบเทียบแผ่นกรอง 3เอ็ม กับ HEPA filter ทั่วไป ?
โดยการเทียบค่า Smoke CADR ที่เท่ากัน และขนาดห้องเท่ากัน เครื่องฟอกอากาศ 3เอ็มจะมีค่าการไหลเวียนของอากาศที่มากกว่า และมีค่า Dust และ Pollen CADR ที่สูงกว่า จึงมีประสิทธิภาพในการกรองอากาศเหนือกว่าและสามารถดักจับฝุ่นละออง, เกสรดอกไม้, รังแคสัตว์, ไรฝุ่น ได้ดีกว่า
ข้อด้อยของ Permanent Filters?
สำหรับแผ่นกรองถาวรที่ไม่ต้องเปลี่ยนเลยตลอดอายุการใช้งานของเครื่องฟอกหนึ่งๆ จำเป็นจะต้องนำมาทำความสะอาดอยู่เสมอๆ โดยการล้าง, ดูดฝุ่น ฯลฯ ซึ่งการทำความสะอาดนี้ ไม่สามารถขจัดสิ่งสกปรกได้ถึง 100% ที่แผ่นกรองนั้นๆ ได้จับสิ่งสกปรกไว้ และในระยะยาว ประสิทธิภาพในการกรองอากาศจะลดลง ในที่นี้ จึงแนะนำให้ใช้แผ่นกรองที่เปลี่ยนได้ เมื่อเปลี่ยนแผ่นใหม่ จะมีประสิทธิภาพในการกรองสูงสุด
คำว่ากรองได้ 99.97% หมายถึง 0.03% จะไหลกลับไปสู่อากาศใช่หรือไม่?
ในความเป็นจริง ไม่มีเครื่องฟอกอากาศใดๆ ในโลกนี้ที่สามารถทำความสะอาดได้ 100% ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุดังนี้:
อากาศเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่จะสามารถผ่านเข้าไปในเครื่องฟอกอากาศได้ โดยแผ่นกรองจะดักจับสิ่งแปลกปลอมในอากาศจากอากาศที่แผ่นแผ่นกรองเท่านั้น
หากมีการเปิดประตู, หน้าต่าง ก็จะมีอากาศภายนอกไหลเวียนเข้ามาภายในห้องอยู่ดี ซึ่งจะเข้ามารวมกับอากาศที่ถูกกรองไปแล้ว เป็นอย่างนี้เรื่อยไป
แม้แต่การเดินรอบห้อง, นั่งบนโชฟา หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่มีการเคลื่อนไหว ก็จะเกิดฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกในอากาศเกิดขึ้นอยู่ดี
ทำไม HEPA Filter ทั่วไปจึงไม่เพียงพอ?
ผู้บริโภคซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อทำให้อากาศที่หายใจนั้น สะอาดและบริสุทธ์ ซึ่ง HEPA filter สามารถกรองสิ่งสกปรกในอากาศได้ 99.97% สำหรับอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอน อย่างไรก็ตาม HEPA filter ของหลายๆ ยี่ห้อนั้น ทำมาจากไฟเบอร์ที่หนาแน่น จึงส่งผลให้มี pressure drop คืออัตราการผ่านของอากาศลดลง เมื่อเทียบกับ filter ของ 3เอ็มในขนาดที่เท่ากัน เพราะฉะนั้น ในเครื่องฟอกที่ใช้ HEPA filter ทั่วไป จึงจำเป็นต้องเพิ่มขนาดของมอเตอร์ เพื่อเพิ่มอัตราการไหลผ่านของอากาศให้อยู่ในระดับที่สามารถทำความสะอาดห้องได้ จึงทำให้เครื่องฟอกอากาศนั้นๆ มีเสียงดังในการทำงานนั่นเอง
ทำไม CADR ถึงมีความสำคัญมาก?
ค่า CADR คือประสิทธิภาพที่ถูกวัด โดยองค์กร AHAM ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับขนาดของห้องที่เหมาะสมที่แนะนำให้ใช้สำหรับเครื่องฟอกอากาศเครื่องหนึ่ง ในความเป็นจริง ผู้ผลิตเครื่องฟอกอากาศไม่จำเป็นต้องมีค่า CADR หากแต่ว่าค่า CADR นั้นสามารถสร้างมาตรฐานของตลาดเครื่องฟอกอากาศได้อย่างดี โดยไม่ต้องเป็นกังวลว่า ผู้ผลิตรายใดจะ claim ขนาดห้องเกินความเป็นจริงที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถสังเกตสัญลักษณ์ของ AHAM ได้จากบรรจุภัณฑ์ CADR มีอยู่ 3 ตัวเลข บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการกรองอากาศของ : ฝุ่นละออง (Dust), ละอองเกสร (Pollen) และที่สำคัญที่สุดคือ ควันบุหรี่ (Smoke) และค่า CADR ของควันบุหรี่นี่เอง ที่เป็นตัวกำหนดขนาดห้องที่เหมาะสมของเครื่องฟอกอากาศ
CADR คืออะไร ?
CADR หรือ Clean Air Delivery Rate เป็นการวัดความเร็วของเครื่องฟอกอากาศในการกำจัดสิ่งสกปรกที่ถูกดูดผ่านเครื่องฟอกอากาศนั้นๆ ยิ่งค่า CADR สูงเท่าไหร่ ก็หมายถึงเครื่องฟอกอากาศนั้นสามารถทำความสะอาดได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่ง AHAM จะใช้ค่า CADR นี้ในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศในแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบเลือกซื้อได้อย่างสบายใจ และได้ของที่ดีอย่างแท้จริง
AHAM คืออะไร ?
ย่อมาจาก Association of Home Appliance Manufacturers. ซึ่งเป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดย AHAM จะมี Certification Program เพื่อรับรองการทดสอบเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรกลาง และมีความเที่ยงตรงในการรายงานประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศแต่ละยี่ห้อ โดยมีห้องปฏิบัติการเป็นของตัวเอง ไม่ขึ้นกับบริษัทใดๆ
ความคิดเห็น: คำแนะนำ: HTML จะไม่ถูกแปลง!
ความนิยม: แย่ ดี
ป้อนรหัสในกล่องข้างล่างนี้:
หน้าหลัก










